มงคลที่ 7 เป็นพหูสูต
posted on 17 Feb 2006 01:06 by yashima in Good-Thingมงคลที่ 7 เป็นพหูสูต
พหูสูต คืออะไร
พหูสูต หมายถึง ผู้ที่มีความรอบรู้ หรือพูดสั้นๆ ว่า "ฉลาดรู้" ความเป็นผู้ฉลาดรู้ คือเป็นผู้ที่รู้จักเลือกเรียนในสิ่งที่ควรรรู้ เป็นผู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมามาก ได้ยินได้ฟังได้อ่านมามาก ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นต้นเหตุแห่งปัญญา ทำให้เกิดความรู้สำหรับริหารงานชีวิต และเป็นกุญแจไขไปสู่ลาภ ยศ สรรเสริญ และทุกสิ่งที่เราปรารถนา
ความแตกต่างระหว่างบัณฑิตกับพหูสูต
< /> บัณฑิต คือผู้ที่มีคุณธรรมประจำใจ มีความประพฤติดีงาม
พหูสูต คือผู้มี่ความรู้มาก แต่คุณธรรมความประพฤติยังไม่แน่ว่าจะดี
ลักษณะความรู้ที่สมบูรณ์ของพหูสูต
1. รู้สึก หมายถึง รู้เรื่องราวสาวไปหาเหตุในอดีตได้ลึกซึ้งถึงความเป็นมา
2. รู้รอบ หมายถึง ช่างสังเกต รู้สิ่งต่างๆ รอบตัว
3. รู้กว้าง หมายถึง สิ่งรอบตัวแต่ละอย่างที่รู้ก็รู้อย่างละเอียด รู้ถึงความเกี่ยวพันของสิ่งนั้นกับสิ่งอื่นๆ ด้วย คล้ายรู้รอบตัวแต่เก็บรายละเอียด
4. รู้ไกล หมายถึง มองการณ์ไกล รู้ถึงผลที่จะตามมาในอนาคต
คุณสมบัติของพหูสูตหรือนักศึกษาที่ดี
1. พหุสุตา อ่านมาก ฟังมาก คือมีนิสัยชอบฟัง ชอบอ่าน ชอบค้นคว้า ยึดหลัก "เรียนจากครู ดูจากตำรา สดับปาฐะ"
2. ธตา จำได้แม่นยำ คือมีความจำดี รู้จักจับสาระสำคัญ จับหลักให้ได้ แล้วจำได้แม่นยำ
3. วจสตา ปริจิตา ท่องได้คล่องปาก คือต้องฝึกท่องให้คล่องปากท่องจนขึ้นใจ จำได้คล่องแคล่วจัดเจนไม่ต้องพลิกตำรา
4. มนสานุเปกขิตา ขึ้นใจ คือใส่ใจนึกคิดตรึกตรองสาวเหตุสาวผลให้เข้าใจตลอด พิจารณาให้เจนจบ นึกถึงครั้งใดก็เข้าใจปรุโปร่งหมด
5. ทิฏฐิยา สุปฏิวิทธา แทงตลอดด้วยปัญญา คือเข้าใจแจ่มแจ้ง ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติความรู้กับใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ลักษณะผู้ที่เป็นพหูสูตไม่ได้ดี
1. คนราคจริต คือคนขี้โอ่ บ้ายอ เจ้าแง่แสนงอน รักสวยรักงาม พิถีพิถันจนเกินเหตุ มัวแต่งอน มัวแต่แต่งตัวจนไม่มีเวลาท่องบ่นค้นคว้าหาความรู้ พวกนี้แก้โดยให้หมั่นนึกถึงความตาย พิจารณาซากศพอสุภะเนืองๆ
2. คนโทสจริต คือคนขี้โมโห ฉุนเฉียว โกรธง่าย ผูกพยาบาทมาก มัวแต่คิดโกรธแค้นจนไม่มีเวลาไตร่ตรอง พวกนี้แก้โดยให้หมั่นรักษาศีล และแผ่เมตตาเป็นประจำ
3. คนโมหจริต คือคนสะเพร่า ขี้ลืม มักง่าย ทำอะไรไม่พยายามเอาดี ทำสักแต่ให้เสร็จ สติไม่มั่นคง ใจกระด้างในการกุศล สงสัยในพระรัตนตรัยว่ามีคุณจริงหรือไม่ พวกนี้แก้โดยให้หมั่นฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอ
4. คนขี้ขลาด คือพวกขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่กหล้าลงมือทำอะไร กลัวถูกติ คอยแต่จะเป็นผู้ตาม ไม่มีความคิดริเริ่ม พวกนี้อก้โดยให้คบกับคนมาตรฐาน คือคบบัณฑิต จะอ่านจะทำอะไรก็ให้จับให้แต่สิ่งที่เป็นมาตรฐานไม่ใช่สักแต่ว่าทำ
5. คนหนักในอามิส คือพวกบ้าสมบัติ ตีค่าทรัพย์ว่าสำคัญกว่าความรู้ ทำให้ไม่ขวนขวายในการแสวงหาปัญญาเท่าที่ควร
6. คนจับจด คือพวกทำอะไรเหยาะแหยะไม่เอาจริง
7. นักเลงสุรา คือพวกขี้เมา ขาดสติ หมดโอกาสที่จะเรียนรู้
8. คนที่มีนิสัยเหมือนเด็ก คือพวกชอบเอิกเกริกสนุกเฮฮาจนเกินเหตุ ขาดความรับผิดชอบ
วิธีฝึกตนให้เป็นพหูสูต
1. ฉลาดเลือกเรียนแต่สิ่งที่ควร
2. ตั้งใจเรียนวิชาที่ตนเลือกแล้วอย่างเต็มความสามารถ
3. มีความกระตือรือร้นที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ
4. ต้องหาความรู้ทางธรรมควบคู่ไปกับความรู้ทางโหลดด้วย
5. เมื่อเรียนก็จำไว้เป็นอย่างดี พร้อมที่จะนำความรู้ไปใช้ได้ทันที
อานิสงส์การเป็นพหูสูต
1. ทำให้เป็นที่พึ่งของตนเอง
2. มำฝห้ได้ความเป็นผู้นำ
3. ทำให้แกล้วกล้าองอาจในทุกที่ทุกสถาน
4. ทำให้บริบูรณ์ด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ สุข
5. ทำให้ได้รับคำชมเชย ได้รับความยกย่องเกรงใจ
6. เป็นสชาติปัญญาติดตัวข้ามภพข้ามชาติไป ไม่มีใครแย่งชิงได้
7. เป็นพื้นฐานของศิลปะ และความสามารถอื่นๆ ต่อไป
8. ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้โดยง่าย
ฯลฯ
จากมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"

ก้อดีอะนะ
#1 By เรียกข้าว่า....ธนะรัตน์ on 2006-02-17 06:35