มงคลที่ 30 สนทนาธรรมตามกาล

ทำไมจึงต้องสนทนาธรรมตามกาล ?
     ปัญญาเกิดได้จาก 2 เหตุใหญ่ คือ
     1. จากการฟังธรรมของกัลยาณมิตร ผู้มีปัญญารู้จริง
     2. จากการพิจารณราไตรืตรองโดยแยบคาย
     วิธีลัดที่จะทำให้เกิดปัญญาอย่างรวดเร็ว คือการสนทนาธรรมตามกาล ซึ่งเป็นการบังคับให้ตนเองต้องทั้งฟัง ทั้งพูด ต้องเป็นนักฟังที่ดี ฟังผู้อื่นพูดด้วยความตั้งใจ ฟังแล้วก็พิจารณาไตร่ตรองโดยแยบคายตามไปในทันที สงสัยอะไรสามารถซักถามได้ นอกจากนั้นถ้าตนเองมีความรู้ในธรรมะ เรื่องใดก็นำมาพูดเล่าให้ผู้อื่นฟังได้ด้วย
     แต่ทั้งหมดนี้จะต้องทำอย่างระมัดระวัง มิฉะนั้นจะเกิดโทษมากกว่าคุณ

สนทนาธรรมตามกาลคืออะไร ?
     การสนทนาธรรมตามกาลคือการพูดคุยซักถามธรรมะซึ่งกันและกันระหว่าง 2 คนขึ้นไป
     ในพระพุทธศาสนา คำว่า "ธรรม" มีความหมายกว้างๆ อยู่ 2 ประการคือ
     1. ธรรม หมายถึง ความจริงตามธรรมชาติ
     2. ธรรม หมายถึง ความดีความถูกต้อง
      การสนทนาธรรมที่ถูกต้อง จึงหายถึง การสนทนาให้รู้ว่าสิ่งใดเป็นอกุศลกรรมความชั่ว จะได้ละเว้นเสีย สิ่งใดเป็นกุศลธรรมความดี จะได้ตั้งใจทำให้มาก และสิ่งใดเป็นอัพยากตธรรม คือความจริงตามธรรมชาติ ไม่ดีไม่ชั่วก็รู้เท่าทันทุกประการ จะได้ไม่หลงผิดให้เกิดทุกข์

ความยากในการสนทนาธรรม
     1. คุ่สนทนาต้องพูดธรรมะเป็นคือเมื่อเข้าใจอย่างไรแล้วก็สามารถถ่ายทอดให้เขาเข้าใจตามนั้นได้ด้วย โดยยึดหลักการพูดใน มงคลที่ 10 มีวาจาสุภาพเป็นบรรทัดฐาน
     2. คู่สนทนาต้องฟังธรรมะเป็นคือฟังด้วยความพิจารณา รู้จักควบคุมให้พิจารณาตามธรรม หยิบยกเอาประโยชน์จากการฟังนั้นยาก ยากกว่าการพูดธรรมะให้คนอื่นฟังหลายเท่าที่ว่ายากนั้นก็เป็นเพราะ
          2.1 ยากที่จะควบคุมใจให้อยากฟังธรรม
          2.2 ยากที่จะยอมรับธรรมะที่ได้ยินนั้นเข้าไปสู่ใจ
     3. คู่สนทนาต้องสนทนาธรรมะเป็นคือต้องทั้งฟังด้วย และพูดด้วยในเวลาเดียวกัน

ข้อควรปฏิบัติในการสนทนาธรรม
     1. ต้องชำระศีลให้บริสุทธิ์ก่อน
     2. ต้องหมั่นเจริญสมาธิภาวนาเป็นประจำ
     3. แต่งกายสุภาพ
     4. กิริยาสุภาพ
     5. วาจาสุภาพ
     6. ไม่กล่าวค้านพุทธพจน์
     7. ไม่พูดวาจาที่ทำให้เกิความแตกร้าว
     8. ไม่แสดงอาการโกรธเมื่อถูกขัดแย้ง
     9. ไม่ปรารถนาลามก
     10. ตั้งจิตไว้ว่าจะสนทนาธรรมเพื่อให้เกิดปัญญา
     11. ไม่พูดออกนอกเรื่องที่ตั้งประเด็นไว้
     12. ไม่พูดนานไปจนน่าเบื่อ รู้จักการละเทศะ

วิธีสนทนาธรรม
     1. สนทนด้วยธรรม คือเรื่องที่จะสนทนากันต้องเป็นเรื่องธรรมะ ให้อยู่ในวงธรรม อย่าออกนอกวง
     2. สนทนาด้วยธรรม คือผู้ที่สนทนากันจะต้องไม่แสดงกิริยาวาจาให้ผิดธรรมะ
     3. สนทนาเพื่อธรรม คือผู้สนทนาต้องตั้งจุดมุ่งหมายไว้ในใจให้แน่นอนว่า เราจะหาความรู้ความเข้าใจในธรรมะให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

วิธีเลือกคู่สนทนาธรรม
     1. คู่สนทนาต้องมีอัธยาศัยใฝ่ธรรมและสงบเสงี่ยมเยี่ยงสมณะ
     2. เรื่องที่จะสนทนาต้องเหมาะกับบุคคลนั้น ๆ

การสนทนาธรรมในครอบครัว
     ตั้งแต่ครั้งโบราณกาลมาในครอบครัวไทยก็มีการสนทนากันอยู่เป็นประจำแล้ว เช่น กลางวันพ่อแม่ออกไปทำนา ทำสวน ทำงานอื่นๆ ผู้เฒ่า ปู่ ย่า ตา ยาย ที่อยู่บ้านก็ทำงานสานกระบุงสานตระกร้าไปบาง ทำงานอื่นๆ บ้าง เด็กๆ ก็วิ่งเล่นกันอยู่ใกล้ๆ สักพักปู่ย่าตายายก็เรียกมาล้อมวง เลานิทานให้ฟังซึ่งก็ไม่พ้นนิทานธรรมะ เรื่องชาดกบ้าง เรื่องอื่นๆ บ้าง เด็กๆ ได้ฟังแล้วสงสัยสิ่งใดก็ซักถามกัน ทำบ่อยๆ เข้า เด็กก็ซึมซาบธรรมะไปในตัว หรือตกเย็นตอนรับประทานอาหารก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา รับประทานอาการเสร็จแล้วพ่อแม่ก็หยิบยกเรื่องธรรมะมาคุยกันบ้าง เล่าให้ลูกฟังบ้าง เป็นการสนทนาธรรมกันในครอบครัว ขณะเดียวกันคอยสังเกตลูกๆ ้วย เพราะโดยธรรมชาติของตัวเด็กเองก็พอจะทราบอยู่บ้างว่าอะไรถูกอะไรผิด ถ้าในวันนั้นเขาไปทำอะไรผิดมา จะมีพิรุธอยู่ในตัว ถ้าพ่อแม่สังเกตก็จะเห็น แล้วก็จะตักเตือนสั่งสอนกัน แต่ถ้าเด็กทำผิดถึง 3 ครั้ง แล้วยังจับไม่ได้ ก็จะไม่มีพิรุธให้เหนอีก เพราะเด็กจะเกิดความเคยชิน และถึงจะจับได้ภายหลังก็จะแก้ยาก เพราะความเคยชินจนติดเป็นนิสัยแล้ว
     ปัจจุบันโอกาสที่จะสนทนาธรรมกันในครอบครัวมีน้อยลง เราจึงควรจัดเวลาให้ทุกคนในครอบครัวได้สวดมนต์นั่งสมาธิ สนทนาธรรมร่วมกันเป็นประจำ
     พ่อแม่ที่มัวแต่คิดจะหาเงินให้ลูก แต่ลืมนึกถึงการปลูกฝังธรรมะให้แก่ ลูกตั้งแต่ยังเล็ก โอกาสที่ลูกจะเสียคนมีมากเหลือเกิน

อานิสงส์การสนทนาธรรมตามกาล
     1. ทำให้จิตเป็นกุศล
     2. ทำให้มีไหวพริบปฏิภาณดี
     3. ทำให้มีสติปัญญาเฉลี่ยวฉลาด
     4. ทำให้ได้ยินได้ฟังธรรมที่ตนยังไม่ได้ฟัง
     5. ธรรมที่ฟังแล้วยังไม่เข้าใจชัด ย่อมเข้าใจชัดขึ้น
     6. ทำให้บรรเท่าความสงสัยเสียได้
     7. เป็นการทำความเห็นของตนให้ตรง
     8. เป็นการฝึกฝนอบรมจิตใจให้บริสุทธิ์
     9. เป็นการรักษาประเพณีอันดีงามของพระอริยเจ้า
     10. ชื่อว่าได้ดำเนินตามปฏิปทาอันเป็นวงศ์ของนักปราชญ์
          ฯลฯ

 

จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณมากค่า

#1 By ยายแม่บ้าน on 2007-12-21 20:21

#2 By กิ๊ฟเก๋ (58.9.176.83) on 2009-04-01 19:47

embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed

#3 By ว้าสง (111.84.174.66) on 2011-12-10 10:08

cry ขอบคุณค่ะ surprised smile

#4 By ิำำbee (unknown, 223.205.56.163) on 2012-02-05 17:44

Yashima View my profile

Technorati Profile