มงคลที่ 31 บำเพ็ญตบะ
posted on 28 Dec 2007 10:03 by yashima in Good-Thingมงคลที่ 31 บำเพ็ญตบะ
ทำไมจึงต้องบำเพ็ญตบะ ?
สิ่งที่ควรจไว้ก่อน คือ
1. เหตุแห่งความประพฤติไม่ดีทั้งหลาย ล้วนเกิดมาจากกิเลสที่ซุกซ่อนอยู่ในใจเรา
2. เหตุที่กำจัดกิเลสได้ยาก ได้แก่
2.1 เรามองไม่เห็นตัวกิเลส
2.2 ใจของเราคุ้นเคยกับกิเลสมาก
2.3 เรายังขาดวิธีเหมาะสมไปกำจัดกิเลส
ตบะ แปลว่า ทำให้ร้อน หมายความรวมตั้งแต่ การเผา ลน ย่าง ต้ม ปิ้ง อบ คั่ว ผิง หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้ร้อน
บำเพ็ญตบะ จึงหมายถึง การทำความเพียเผาผลาญความชั่ว คือกิเลสทุกชนิดให้ร้อนตัวทนอยู่ไม่ได้ เกาะใจเราไม่ติด ต้องเผ่นหนีไป แล้วใจของเราก็จะผ่องใส หมดทุกข์
ธุดงควัตร 13 ประการ
ในพระพุทธศาสนา มีข้อปฏิบัติที่พระภิกษุนิยมบำเพ็ญกัน เป็นการฝืนความต้องการของกิเลสเพื่อไล่กิเลสออกจากใจ มีด้วยกัน 13 ระการ เรียกว่า ธุดงควัตร พระภิกษุที่บำเพ็ยธุดงควัตร เราเรียกท่านว่า พระธุดงค์ แต่
ธุดงควัตรนี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะพระภิกษุ แม้ฆราวาสก็ปฏิบัติได้ตามเป็นบางข้อ แบ่งได้ 4 หมวด คือ
หมวดที่ 1 เกี่ยวกับเครื่องแต่งตัว
1. ใช้แต่ผ้าบังุกุลที่ซักมาได้เท่านั้น
2. ใช้เฉพาะผ้าไตรจีวรเพียง 3 ผืนเท่านั้น คือมีสบง จีวร สังฆาฏิ อย่างละผืน ใช้ผ้าอื่นๆ นอกจาก สามผืนนี้ไม่ได้
หมวดที่ 2 เกี่ยวกับการกิน
1. ฉันแต่อาหารที่บิณฑบาตมาได้เท่านั้น
2. เดินบิณฑบาตไปตามลำดับตรอกหรือหมู่บ้านในแนวที่กำหนดไว้เท่านั้น
3. ฉันอาสนะเดียว คือถ้าฉันเสร็จ ลุกอาสนะแล้ว ก็ไม่รับอาหารอีก ไม่ฉันอาหารอีก ซึงเท่ากับฉันวันละมื้อเดียว เรียกกันว่า ฉันเอกา
4. ฉันสำรวม คือฉันอาหารในบาตรไม่ใช้ภาชนะอื่น เอาอาหารทั้งหมด ทั้งคาว ทั้งหวาน ใส่ลงรวมกันในบาตรแล้วฉัน
5. เมื่อลงมืฉันแล้วไม่รับประเคนอีก
หมวดที่ 3 เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
1. อยู่ในป่านอกละแวกบ้านเท่านั้น
2. อยู่ตามร่มไม้เท่านั้น
3. อยู่กลางแจ้งเท่านั้น
4. อยู่ในป่าช้าเท่านั้น
5. อยู่ในที่ที่คนอื่นจัดให้
หมวดที่ 4 เกี่ยวกับการดัดนิสัยเกียจคร้าน
1. อยู่ในบริยาบถ 3 คือ ยืน เดิน นั่ง ไม่นอน ง่วงมากก็ยืน เดินอย่างมากก็นั่งหลับ แต่ไม่ยอมนอน ไม่ให้หลังแตะพื้น
การบำเพ็ญตบะในชีวิตประจำวัน
1. มีอินทรียสังวร การสำรวมอินทรีย์ คือการสำรวมระวังตนโดยอาศัยสติเป็นตัวกำกับ
คนเรานี้มีช่องทางติดต่อกับภายนอกอยู่ 6 ทาง คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเปรียบช่องทางทั้ง 6 ไว้ ดังนี้
1. ตาคนเรานี้เหมือนงู งูไม่ชอที่เรียบๆ แต่ชอบที่ที่ลึกลับซับซ้อนตาคนเราก็เหมือนกัน
2. หูคนเรานี้เหมือนจระเข้ คือชอบที่เย็นๆ อยากฟังคำพูดเย็นๆ ที่เขาชมตัว หรือคำพูดเพราะๆ ที่เขาพูดกับเรา
3. จมูกคนเรานี้เหมือนกับนก ชอบโผขื้นไปในอากาศ พอได้กลิ่นอะไรถูกใจหน่อยก็ตามดมทีเดียวว่ามาจากไหน
4. ลิ้นคนเรานี้เหมือนสุนัขบ้าน คือชอบลิ้มรสอาหาร
5. กายคนเรานี้เหมือนสุนัขจิ้งจอก คือชอบที่อุ่นๆ ที่นุ่มๆ ชอบซุกเดี๋ยวจะไปซุกตักคนโน้น เดี๋ยวจะไปซุกตักคนนี้
6. ใจคนเรานี้เหมือนลิง คอชอบซน คิดโน่น คิดนี่
วิธีที่จะทำให้อินทรียสังวรเกิดขึ้นนั้น ให้เราฝึกให้มีหิริโอตตัปปะ มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป โดยคำนึงถึงชาติตระกูล อายุ วิชาความรู้ ครูอาจารย์ สำนักศึกษาของเรา และอื่นๆ ดังราย
ละเอียดใน มงคลที่ 18
ความเพียรในการปฏิบัติธรรม
คนเราส่วนใหญ่มักพอจะทราบอย่ว่าอะไรดี อยากจะให้สิ่งที่เห็นว่าดีนั้นเกิดขึ้นกับตัว แต่ก็มักทำความดีนั้นไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง ทั้งนี้เพราะขาดความเพียร คนเราถาขาดความเพียรเสียแล้ว คุณธรรมทั้งหลายก็ไม่สามารถงอกเงยขึ้นมาได้เลย
เหตุแห่งความเกียจคร้านของภิกษุ
1. รู้ว่างานมีอยู่ แต่กลัวว่าทำแล้วจะเหนื่อย จึงนอนเสียก่อน
2. งานได้ทำเสร็จแล้ว คิดว่าทำงานมาแล้วเหนื่อยนักจึงนอน
3. รู้ว่าทางที่จะต้องไปมีอยู่ แต่คิดว่าเมื่อเดินทางจะเหนื่อย จึงนอนเสียก่อน
4. ได้เดินทางแล้ว คิดว่าเหนื่อยนักจึงนอน
5. บิณฑบาตรไปไม่ได้อาหารมากตามความต้องการ คิดว่าได้อาหารน้อยไม่มีเรี่ยวแรง ถึงทำความเพียรคงไม่ได้ดี อย่ากระนั้นเลยนอนดีกว่า
6. บิณฑบาตได้อาหารมามาก คิดว่าตัวก็ฉันจนอิ่ม เนื้อตัวหนักไม่ควรแก่การงาน อย่ากระนั้นเลยนอนดีกว่า
7. เจ็บป่วยเล็กน้อย ก็คิดว่าพอมีเหตุจะอ้างได้แล้วว่า กลัวโรคจะกำเริบ จึงนอน
8. หายป่วยแล้ว ก็คิดว่าเพิ่งหายป่วย ตัวเรานั้นกำลัยังไม่ดี เดี๋ยวโรคตะกลับ จึงนอน
1. รู้ว่างานรออยู่ จึงคิดว่า เวลาทำานจะทำสมาธิทำความเพียรก็ไม่สะดวกตนนี้ยังพอมีเวลา จึงรีบปรารถนาความเพียรเพื่อเข้าถึงคุณวิเศษที่ตนยังไม่เข้าถึง
2. ทำงานเสร็จแล้ว จึงคิดว่า เมื่อตอนขณะทำงานการทำสมาธิก็ทำได้ไม่เต็มที่ ตอนนี้เสร็จงาน ว่างแล้วจึงปรารภนาความเพียรฯ
3. รู้ว่าทางที่จะต้องไปมีอยู่ จึงคิดว่า เวลาเดินทางจะทำสมาธิก็ไม่สะดวก ตอนนี้ยังไม่ได้เดินทาง ต้องรีบเอาเวลาไปปรารภความเพียรฯ
4. เดินทางเสร็จแล้ว ก็คิดว่า เมื่อตอนเดินทางเราทำความเพียรกไม่สะดวกเต็มที่ ตอนนี้เดินทางเสร็จแล้ว ต้องรีบปรารภความเพียรฯ
5. บิณฑบาตรได้อาหารมาน้อย ก็คิดว่า วันนีฉันน้อย เนื้อตัวกำลังเาสบายเหมาะแก่การงาน อย่ากระนั้นเลย เราจะต้องรีบปรารถความเพียรฯ
6. บิณฑบาตได้อาหารมามาก ก็คิดว่า ตอนนี้เราฉันอิ่มแล้ว กำลังมีเรี่ยวแรง อย่ากระนั้นเลย เราต้องรีบปรารภความเพียรฯ
7. เจ็บป่วยเล็กน้อย ก็คิดว่า ต่อไปอาจป่วหนักกว่านี้ก็ได้ ต้องรีบฉวยโอกาสที่ยังป่วยน้อยอยู่นี้ปรารภความเพียรฯ
8. เพิ่งหายป่วย ก็คิดว่า เราเพิ่งหายป่วย โอกาสที่จะกลับไปป่วยอีกก็มีอยู่ ต้องรีบฉวยโอกาสที่หายป่วยแล้วนี่ทำความเพียร
อานิสงส์การบำเพ็ยตบะ
1. ทำให้เลิกเป็นคนเอาแต่ใจตัวได้ในเร็ววัน
2. ทำให้คุณธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นในตัว
3. ทำให้มงคลข้อต้นๆ ทั้งหมดเกิดขึ้นกับเรา
4. ทำให้เข้าถึงนิพพานได้เร็ว
ฯลฯ
จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"
#1 By ยายแม่บ้าน on 2008-01-04 13:36