มงคลที่ 38 จิตเกษม

posted on 29 Feb 2008 10:15 by yashima  in Good-Thing

มงคลที่ 38 จิตเกษม

ภัยของมนุษย์
     ทันทีที่เกิดมาลืมตาดูโลก เราก็ต้องผจญภัยกับภัยต่างๆ นานาชนิดที่พร้อมจะเอาให้ถึงตายอยู่ทุกวินาที เหมือนว่ายน้ำท่ามกลางความมืดอยู่กลางทะเลมหาโหด ภัยทั้งหลายเหล่านี้แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
     1. ภัยภายใน พอเกิดมาเราก็มีภัยชนิดนี้มาคอยดักรุมล้อมรอบตัวอยู่ตลอดเวลา
          ข้างหลัง คือชาติภัย ภัยจากการเกิด
          ข้างขวา คือชราภัย ภัยจากความแก่
          ข้างซ้าย คือพยาธิภัย ภัยจากความเจ็บ
          ข้างหน้า คือมรณภัย ภัยจากความตาย
     2. ภัยภายนอก มีอยู่นับไม่ถ้วน เช่น
          - ภัยจากคน
          - ภัยจากธรรมชาติ
          - ภัยจากบาปกรรมตามทัน

ทำไมเราจึงต้องพบกับภัยเหล่านี้?
     การที่เราต้องตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของภัยทั้งหลาย ดิ้นกันไม่หลุดเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด ก็ยังต้องรับทุกข์รับภัยกันอยู่ไม่รู้กี่แสนกี่ล้านๆๆๆ ชาติมาแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะถูกผู้ด้วย โยคะ แปลว่า เครื่องผูกสัตว์ไว้ในภพ มีอยู่ 4 ประการ ได้แก่
     1. กามโยคะ คือความยินดีพอใจในกามคุณ
     2. ภวโยคะ คือความยินดีพอใจในรูปฌาณ และอรูปฌาณ
     3. ทิฏฐิโยคะ คือความยึดถือความคิดเห็นที่ผิดๆ ของตนเอง
     4. อวิชชาโยคะ คือความไม่รู้แจ้งในพระสัทธรรม ความสว่างของใจยังไม่พอ ยังไม่เห็นอริยสัจจ์ 4 ไม่เห็นทางพ้นทุกข์พ้นภัย

จิตเกษมคืออะไร ?
     เกษม แปลว่า ปลอดภัย พ้นภัย สิ้นกิเลส มีความสุข
     จิตเกษม จึงหมายถึง สภาพจิตที่หมดกิเลสแล้ว ผู้ที่จะมีจิตเกษมได้อย่างแท้จริง คือผู้ที่มีใจจรดนิ่งแช่อิ่มอยู่ในนิพพานตลอดเวลา ซึ่งก็ได้แก่พระอรหนต์นั่นเอง
     จิตของพระอรหันต์นั้น นอกจากจะหมดกิเลสแล้ว ก็ยังทำให้มีความรู้ ความสามารถพิเศษอีกหลายประการ เช่น

อภิญญา 6
     อภิญญา 6 คือความรู้อันยิ่งยวด เหนือความรู้จากการตรองด้วยหลักเหตุผลธรรมดา ได้แก่
     1. อิทธิวิธี แสดงฤทธิ์ได้
     2. ทิพยโสต มีหูทิพย์
     3. เจโตปริยญาณ รู้วาระจิตคนอื่น รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร
     4. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกขาติได้
     5. จุตูปปาตญาณ (ทิพยจักษุ) มีตาทิพย์
     6. อาสวักขยญาณ ทำกิเลสให้สิ้นไปได้

วิชชา 3
     วิชชา 3 คือความรู้แจ้ง ความรู้พิเศษอันลึกซึ้งด้วยปัญญา ได้แก่ ญาณ คือความหยั่งรู้ เป็นความรู้พิเศษ เป็นปัญญาอันเกิดจากการทำสมาธิ ภาวนาที่เรียกว่า ภาวนามยปัญญา ซึ่งเป็นปัญญาขั้นสูงสุด จะเข้าถึงธรรม บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ ต้องเข้าถึงด้วยภาวนามยปัญญานี้เท่านั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสละชีวิตปฏิบัติธรรมจนได้ภาวนามยปัญญา บรรลุวิชชา 3 นี้ในวันตรัสรู้ธรรม วิชชา 3 มีดังนี้
     1. ปุพเพริวาสานุสสติญาณ คือระลึกชาติตัวเองได้
     2. จุตูปปาตญาณ คือตาทิพย์ ระลึกชาติคนอื่นได้
     3. อาสวักขยญาณ คือความรู้ที่ทำให้หมดกิเลส

วิชชา 8
     วิชชา 8 คือความรู้แจ้ง หรือความรู้วิเศษ 8 อย่าง คือ
     1. วิปัสสนาญาณ ปัญญาที่พิจารณาเห็นสังขาร โดยไตรลักษณ์
     2. มโนมิยิทธิ ฤทธิ์สำเร็จด้วยใจ ฤทธิ์ทางใจ
     3. อิทธิวิธี แสดงฤทธิ์ได้
     4. ทิพยโสต มีหูทิพย์
     5. เจโตปริยญาณ รู้วาระจิตคนอื่น รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร
     6. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติได้
     7. ทิพยจักษุ มีตาทิพย์
     8. อาสวักขยญาณ คือความรู้ที่ทำให้กิเลสให้สิ้นไปได้

ปฏิยัมภิทาญาณ 4
     ปฏิยัมภิทาญาณ 4 คือความสามารถพิเศษในการสั่งสอนคนอื่น ได้แก่
     1. อัตถปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในอรรถ เห็นข้อธรรมใดก็ สามารถอธิบายขยายความออกไปได้โดยพิสดาร
     2. ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในธรรม สามารถสรุปข้อความได้อย่างกระชับ เก็บความสำคัญได้หมด
     3. นิรุตติปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในนิรุตติ คือแตกฉานเรื่องภาษาทุกภาษา ทั้งภาษาของมนุษย์และสัตว์ สามารถเข้าใจได้
     4. ปฏิญาณปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในปฏิญาณ มีไหวพริบปฏิญาณดี สามารถอธิบายแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้ดี ตอบคำถามได้แจ่มแจ้ง

 

จากหนังสือมงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Yashima View my profile

Technorati Profile